Roynarm's Blog

Just another WordPress.com site

Pandorum ลอกชีพ กระเทาะเปลือกมนุษย์

pandorum_ver2

ถ้าโลกแตก มนุษยชาติจะเป็นอย่างไร?!!! และ หนังเรื่องนี้ก็คือทางเลือกหนึ่งที่อาจจะมีความเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้ สังเกตุกันดีๆ ว่าตอนนี้วงการภาพยนตร์มักเอาความหายนะต่างๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว และกำลังจะเกิดขึ้น มานำเสนอมากมาย อาทิ 2012 วันหายนะโลก, 2022? สึนามิ วันโลกสังหาร, แฮดึนแด มหาวินาศมนุษยชาติ ฯลฯ และสำหรับเรื่องที่เรากำลังจะเอ่ยถึงก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน “Pandorum ลอกชีพ”

แค่ชื่อหนังคงยังไม่สามารถทำให้เรารู้ได้ว่าหนังเรื่องนี้จะเกี่ยวกับอะไร แต่สำหรับชื่อภาษาไทย คำว่า ลอกชีพ คงจะบอกได้ในระดับหนึ่งแล้วว่า เป็นการเกิดใหม่ คล้ายๆ การลอกคราบของตัวดักแด้ของแมลงต่างๆ และสำหรับเรื่อง Pandorum ก็เป็นไปในลักษณะคล้ายคลึงกับการเกิดใหม่เสียด้วยสิ!!

โดยหนังเล่าถึงจุดจบของโลกมนุษย์ที่เกิดขึ้น แต่ด้วยความต้องการเอาตัวรอดของมนุษย์ จึงได้คิดเสาะแสวงหาดาวเคราะห์ที่มีสภาพภูมิศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นอากาศ ภูมิประเทศที่คล้ายคลึงกับโลกมนุษย์ เพื่ออพยพมนุษยชาติไปยังดาวดวงนั้นเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไป แต่ทว่าการเดินทางในครั้งนี้ต้องใช้ระยะเวลาอันยาวนานนัปศตวรรษ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งจึงได้คิดแคปซูลย่นเวลา เพื่อให้มนุษย์ที่อยู่ในแคปซูลนี้เหมือนจำศีล และพอฟื้นขึ้นมาความสามารถ ทักษะที่เคยมีจะยังคงอยู่ โดยไม่ต้องนับศูนย์ใหม่ แต่ทว่าเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อด้อย เพราะแคปซูลตัวนี้นอกจากจะทำให้ร่างกายคงสภาพแล้ว แต่มันยังทำให้ความทรงจำหดหายไปอีกด้วย

Untitled-1

Pandorum ลอกชีพ ผลงานจากผู้อำนวยการสร้าง Resident Evil “พอล ดับบลิวเอส แอนเดอร์สัน” ที่รวบรวมทีมงานอัจฉริยะเกี่ยวกับหนังไซไฟเขย่าขวัญมาไว้ด้วยกัน ประหนึ่งการรวบรวมอาสาสมัครไปดาวเคราะห์ดวงใหม่ของเรื่องนี้ อาทิ คริสเตียน อัลวาร์ท ผู้กำกับดาวรุ่งชาวเยอรมัน ที่สร้างภาพยนตร์ที่ได้รับเสียงชื่นชมไปไม่น้อยอย่าง Antibodies ภาพยนตร์ทริลเลอร์ที่เล่นกับจิตวิทยา และมีการหักมุมในแบบที่ไม่มีใครคาดถึง, ริชาร์ด บริทแกลนด์ ผู้ออกแบบงานสร้าง (Resident Evil, AVP: Alien vs. Predator, RocknRolla), ผู้กำกับภาพ เวดิโก้ วอน ชูสเซนดอร์ฟ (Igby Goes Down, Hollywood Ending), ผู้ออกแบบงานสร้าง ริชาร์ด บริทแกลนด์ รวมถึงการสร้างตัวสัตว์ประหลาดจากสตูดิโอของ สแตน วินสตัน ผู้ให้กำเนิดตัวเอเลี่ยนและพรีเดเตอร์ เป็นต้น

มาพูดกันตั้งแต่ใบปิดของเรื่องเลยดีกว่า ที่เห็นแล้วทำให้เราอยากรู้ว่า หนังเรื่องนี้จะลอกชีพออกมากลายเป็นอะไร? แต่ทว่าเมื่อได้ดูจริงๆ ในส่วนของใบปิดที่ทีมงานต้องการสื่อนั้นมันไปคนละเรื่องกับธีมหลักของเรื่อง เลยก็ว่าได้ แต่ว่ามันก็เป็นส่วนสำคัญที่ดึงดูดให้เราเดินเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ได้เป็น อย่างดี

..เรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวของสองนักบินอวกาศ ซึ่งถูกทิ้งร้างอยู่บนห้วงอวกาศ แต่ไม่นานนักก็พบว่า พวกเขาไม่ได้อยู่เพียงแค่ลำพัง..

โบเวอร์ (เบน ฟอสเตอร์) และ ผู้พันเพย์ตัน (เดนนิส เคว็ด) สอง นักบินอวกาศได้ฟื้นจากระบบการจำศีลบนสถานีอวกาศอันใหญ่โต มันมืดสนิท พวกเขารู้สึกสับสน และสิ่งเดียวที่ได้ยินก็คือเสียงที่มาจากระบบไฟฟ้าของยานอวกาศที่กำลังจะหมด ไป พวกเขาไม่มีความทรงจำใดๆ หลงเหลืออยู่เลย จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าพวกเขาคือใคร ? ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ ? และภารกิจของพวกเขาคืออะไรกันแน่ ?

เพย์ตัน ตัดสินใจที่จะอยู่ในห้องจำศีล และพยายามติดต่อสื่อสารคนอื่นด้วยระบบวิทยุ ส่วน โบเวอร์ ก็มุ่งหน้าเข้าไปยังตัวยานด้านในเพื่อค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นกับยานลำนี้ และเขาก็ค้นพบกับความเป็นจริงอันน่าตกใจ.. มันมีบางสิ่งที่กำลังตามล่าเขา บางสิ่งที่เหมือนผุดขึ้นมาจากนรกภูมิ เขาค้นพบผู้ที่ยังรอดชีวิต มาห์น (คุงลี) และ นาเดีย (อันย่า ทราอู) ทั้งสามต่างดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และหลบหนีจากสิ่งที่กำลังไล่ล่าพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง

ในไม่ช้าความลับของสาเหตุอันน่าตกใจทั้งหมดก็ถูกเปิดเผย และทำให้นักบินอวกาศที่ยังเอาชีวิตรอดอยู่ได้เรียนรู้ว่า การเอาชีวิตรอดของตัวเองนั้น อาจจะสำคัญถึงความอยู่รอดของมนุษยชาติเลยก็ว่าได้

ถ้าจะพูดถึงลักษณะการเดินเรื่องของทีมงาน ที่เห็นจะเป็นไปในแบบให้ตัวเอก ซึ่งในเรื่องคือนักบินอวกาศ ผู้หมู่ โบเวอร์ (เบน ฟอสเตอร์) ที่หลังจากฟื้นจากการจำศีลในแคปซูลย่นเวลาแล้ว เค้าก็ต้องค้นหาความจริงที่เกิดขึ้นกับยานลำนี้ แต่ในเวลาเดียวกัน โบเวอร์ ก็ยังสงสัยในใจว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใครจริงๆ และมาทำอะไรในที่นี้ พร้อมๆกับความทรงจำเดิมๆ กำลังค่อยๆฟื้นคืนกลับมา..

การถ่ายทอดเรื่องราวจะเป็นไปในแบบให้เราติดตามและเรียนรู้ไปกับ โบเวอร์ ซึ่งอาจจะเรียกว่าเป็น “พระเอก” ของเรื่องนี้ก็ได้ เพราะคนดูจะได้เห็นว่าโบเวอร์พบเจออะไร และพยายามต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดอย่างไร จนสุดท้ายก็เรียนรู้และเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากอะไร? ทำให้คนดูลุ้นไปกับตัวละคร ค่อยๆ ค้นพบความจริงทีละเปลาะๆ ไปพร้อมๆ กับควาทรงจำที่ค่อยๆ ย้อนกลับมา

ในเรื่องนี้เสียงดนตรีประกอบก็มีส่วนช่วยเติมเต็มให้กับเนื้อเรื่องได้ อย่างกลมกลืนแนบเนียน ไม่ว่าจะเป็นซีนที่ตัวเอกพยายามค้นหาคำตอบ ที่เสียงซาวด์ ทำงานในหน้าที่ของตัวเองได้ดี ทำให้คนดูลุ้นไปกับภาพที่เห็นตรงหน้า หรือแม้แต่ซีนการต่อสู้ ความตื่นเต้นที่พบเจอตัวประหลาดในยาน เสียงซาวด์ก็เข้ามาส่งเสริมให้เนื้อหาน่าลุ้นมากขึ้นไปอีก ส่วนในด้านองค์ประกอบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Prop ของตกแต่งฉาก เครื่องแต่งกาย ต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเช่นกัน

นอกจากนี้ ในเรื่อง Pandurum ยังมีสัญญาณที่แอบแทรกแฝง มาให้เราเห็น เป็นอาการประสาทหลอน ในสภาวะกดดัน ซึ่งมักเกิดขึ้นกับนักบินที่ต้องรับภาระในการนำยานไปสู่จุดหมายให้จงได้ และสำหรับเรื่องนี้นักบินทั้งหมดไม่สามารถถอยหลังกลับได้แล้ว เพราะโลกได้ถึงกาลอวสานไปแล้ว มีเพียงอวกาศ และดาวเคราะห์ดวงใหม่เท่านั้นที่เป็นทางเลือก อาการ pandorum จึงเกิดขึ้นกับนักบินมากกว่าลูกเรือที่โดยสารมา แต่ทำไมลูกเรือบางกลุ่มจึงกลายเป็นสัตว์ร้ายกินมนุษย์ด้วยกันเอง อันนี้เป็นสิ่งที่ทีมงานสร้างต้องการให้เราเดินทางค้นหาคำตอบไปพร้อมๆ กับ โบเวอร์ ซึ่ง เป็นพระเอกของเรื่องนี้ ซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นความเนียนอีกระดับที่ทีมงานสร้างพยายามนำพาคนดูไปพบเจอ ทีละจุดๆ และให้ปัญหาค่อยๆ คลี่คลายออกไป

แล้วจะเห็นว่ามนุษย์ต่างมีความเห็นแก่ตัว อยากเอาชีวิตรอดเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะต้องเหยียบย่ำซ้ำเติมคนอื่นอย่างไร ขอให้ตัวเอง “รอด” เป็นพอ

บทสรุปในเรื่องนี้คงต้องบอกว่า ทำได้ตามสูตรหนังฮอลลีวู้ดแบบเดิมๆ คือ เริ่มเรื่องมาแบบให้นักแสดงค้นหาคำตอบพร้อมกับคนดู แล้วระหว่างทางเจออุปสรรค แต่สุดท้ายก็รอดและแฮปปี้ ซึ่งก็คงไม่ผิดหวังสำหรับคอหนังไซไฟเขย่าขวัญ

movie.mthai.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: