Roynarm's Blog

Just another WordPress.com site

My Sister’s Keeper ชีวิตทางเลือก ที่ต้องเลือกสักทาง

หนังดีลุ่มลึก ที่พูดถึงชีวิตทางเลือก ที่ต้องเลือกสักทางเพื่อรักและผูกพัน

สะท้อนความเป็นจริงที่แม้ไม่สามารถเปลี่ยนโชคชะตาที่ฟ้ากำหนดได้.

poster_mysiskeeper

มีหนังหลายเรื่องที่สร้างขึ้นจากหนังสือขายดี อาทิ Harry Potter,  The Da Vinci Code,  Angels & Demons เป็นต้น ซึ่งเรื่องราวจากตัวอักษรที่ผันมาสู่ภาพยนตร์ที่ผู้กำกับพยายามถ่ายทอด มักเป็นอะไรที่น่าขัดใจทุกครั้งหากเราได้อ่านหนังสือเล่มนั้นๆผ่านตามาบ้าง แล้ว เพราะเมื่อเราอ่านหนังสือ จินตนาการที่เราวาดขึ้นมามันมากมายมหาศาล แต่เมื่อมาดูหนังจริงแล้ว กลับทำไม่ได้เท่าจินตนาการที่เราแต่งเติมเอาไว้ จนเราต้องกลับไปอ่านหนังสือเล่มนั้นๆ ต่ออีกที เพื่อให้ได้อรรถรสที่ครบถ้วน

แต่สำหรับเรื่องนี้ My sister’s keeper ชีวตหนู…ขอลิขิตเอง เป็นหนังที่สร้างมาจากหนังสือชื่อเดียวกันของ โจดี้ พิคัลท์ ซึ่งเป็นหนังสือที่เค้าบอกว่าขายดีที่สุด ซึ่งเรายังไม่เคยอ่านมาก่อน แต่เมื่อดูหนังจบแล้ว เราก็เกิดอาการอยากที่จะค้นหาหนังสือเรื่องนี้มาอ่านแทบจะในทันที

2009_my_sisters_keeper_026

อาบิเกล เบรสสัน รับบท แอนนา

เนื้อหนังดำเนินเรื่องด้วยการให้ตัวละครแต่ละ ตัวเป็นผู้เล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของตัวเอง โดยเริ่มต้นจากการบอกเล่าเรื่องราวจากปากของหนูน้อย “แอนนา” (อาบิเกล เบรสสัน) ที่ เกริ่นมาตั้งแต่เริ่มเลยว่า ทุกคนเกิดมาจากความผิดพลาดของคนสองคน ชายกับหญิง แล้วตัวหนังก็ค่อยๆ ทยอยขยายปมเรื่องราวของเรื่องด้วยการให้คนดูได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของตัว ละครแต่ละตัวที่อยู่ในเรื่อง

โดยเนื้อหาของเรื่องมีจุดโดดเด่นอยู่ที่ การฟ้องร้องของเด็กอายุ 11 ปี ที่ต้องการสิทธิ์ในร่างกายตนเอง จากพ่อแม่แท้ๆของตัวเอง แต่เรื่องราวจะไม่เกิดขึ้นหากไม่เกินเหตุการณ์เหมือนในหนังเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องราวของครอบครัว “ฟิทส์เจอรัล ซาร่า” (คาเมรอน ดิแอซ) และ “ไบรอัน” (เจสัน แพทริค) ซึ่งมีลูกอยู่ด้วยกัน 2 คน คนโตชื่อ “เจส” (อีแวน เอลลิงสัน) ลูกชาย และ “เคท” (โซเฟีย วาสสิลิเอวา) ลูก สาว ชีวิตครอบครัวเหมือนจะดำเนินไปด้วยดีแบบครอบครัวชาวตะวันตกทั่วไป แต่ทว่าเมื่อซาร่าและไบรอันรู้ว่า ลูกสาวคนเดียวของพวกเขาป่วยด้วยโรคลูคิเมีย (มะเร็งเม็ดเลือดขาว) พวกเขาจึงยอมทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะรักษาเคทให้ได้ ไม่ว่าเรื่องนั้นๆ จะถูกต้องตามศีลธรรมหรือไม่ก็ตาม โดยทั้งคู่ตัดสินใจทำสเต็มเซลล์ เพื่อสร้างลูกขึ้นมาอีกคน และคนคนนั้นคือ แอนนา ที่แนะนำตัวเองมาตั้งแต่เริ่มเรื่อง

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงสงสัยว่าการทำสเต็มเซลล์มันเกี่ยวอะไรกับการรักษาคนป่วยโรคลูคิเมีย จากหนังที่ดูเราเข้าใจประมาณว่า ตัวแม่หรือพ่อมีเกร็ดเลือดไม่ตรงกับลูก จึงจำเป็นจะต้องให้ลูกอีกคนมาเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกให้ เพราะการรักษาคนป่วยด้วยโรคนี้จำเป็นต้องมีการปลูกถ่ายไขกระดูก แต่ในเรื่องนี้ เจส ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตก็ไม่สามารถเปลี่ยนถ่ายให้เคทได้เช่นกัน จึงมีความจำเป็นต้องปั๊มลูกอีกคนออกมาเพื่อนำมาเป็นเหมือน “อะไหล่” ให้กับเคท

My-Sisters-Keeper-02

เคท และ แอนน่า สองพี่น้องที่รักกัน และผูกพันมากเกินกว่าใครจะเข้าใจ

ซึ่งเรื่องราวนี้มันจะถูกหรือไม่ถูกศีลธรรมก็ แล้วแต่ สำหรับคนเป็นแม่อย่างซาร่า ย่อมไม่สามารถนิ่งเฉย เพื่อรอวันที่ลูกสาวจะต้องตายจาก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทั้งซาร่าและไบรอันตกลงทำสเต็มเซลล์ขึ้นมา โดยไม่ได้รับทราบเลยว่าเมื่อเด็กคนนี้เติบโตมา จะเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเอง และเริ่มอยากได้อิสระภาพที่มากขึ้น จนเป็นเรื่องเป็นราวฟ้องร้องกันขึ้นมา

แต่ทว่าโดยเนื้อหาโดยรวม เมื่อได้เข้าไปดูหนังในโรงหนังจริงๆ แล้วคุณจะเห็นว่ามันมีจุดพลิกผัน หักมุมมากกว่านี้ แต่ขออุบเอาไว้ก่อน เพราะกลัวคนที่จะไปดูเสียอรรถรส แต่รับรองว่าถ้าได้เข้าไปดูแล้วต้องเสียน้ำตาอย่างแน่นอน เพราะสงสารตัวละครหลักทุกตัวของเรื่องนี้ ที่สะท้อนมุมมองในการมองชีวิตครอบครัวออกมาได้อย่างกระชากอารมณ์เป็นที่สุด

แต่ในความสิ้นหวังนี้ ก็ยังมีความหวัง เพราะในเรื่องนี้ไม่ได้เน้นที่ชีวิตรันทนของ เคท ที่ป่วยเป็นโรคลูคิเมียเพียงด้านเดียว แต่ยังพาเราเดินทางไปสู่ชีวิตรักของเคทที่มีระหว่างทางอีกด้วย ซึ่งทำให้เราซึ่งนั่งชมอยู่ห่างๆ แอบเอาใจช่วยให้เกิดปาฏิหาริย์แก่ทั้งคู่

นอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องราวความสิ้นหวัง ความเศร้าเสียใจที่เกิดขึ้น เรายังได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กันถึงเรื่องราวความรัก ความเข้าอกเข้าใจกัน การช่วยเหลือกันของคนในครอบครัว และยังจะได้เห็นความสามารถทางการแสดงของตัวหลักทั้งหมดของเรื่อง โดยเฉพาะ คาเมรอน ดิแอซ ที่ลงทุนโกนหัว และแสดงความเป็นแม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ประหนึ่งหนังเรื่อง My sister’s keeper จะสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของสังคมในปัจจุบัน และจบลงด้วยการสอนให้ทุกคนรักกัน เป็นหนังที่น่าจะไปดูทั้งครอบครัว เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับครอบครัว และลูกๆ ก่อนที่จะต้องออกไปเผชิญชะตากรรมกับโลกภายนอกที่ไม่แน่ว่าอาจจะโหดร้าย สำหรับใครบางคน

movie.mthai.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on สิงหาคม 6, 2010 by in วิจารณ์หนัง and tagged , .

นำทาง

%d bloggers like this: