Roynarm's Blog

Just another WordPress.com site

กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง – หลาวชะโอน

1 ใน 5 ของหนัง 5 แพร่งสะท้อนบาปบุญ

204511506

0000

ดูหนังเรื่อง 5 แพร่งในรอบปฐมทัศน์มา สะท้อนใจกับเหตุการณ์ในแพร่งแรก คือ หลาวชะโอน แต่ติดใจกับแพร่งสุดท้ายในบทบาทของนักแสดงอย่าง มาช่า ในตอนคนกอง ซึ่งทั้งสองแพร่งแรงต่างกัน เนื้อหาก็ต่างกัน ซ้ำการนำเสนอก็ยังแตกต่าง แต่แพร่งที่เราอยากจะบอกเล่าคือแพร่งหลาวชะโอน เพราะใกล้ชิดวิถีชีวิตชาวบ้าน ชาวเมือง แต่อาจจะหลง ๆ ลืม ๆ กันไปบ้าง..

ในตอน หลาวชะโอน ได้อ่านบทสัมภาษณ์บอกว่า ผู้กำกับจับเอาเรื่องบาปบุญมาผสมผสานกับเหตุการณ์ในปัจจุบันอันน่าสลดใจ นั่นคือ แก๊งปาหินออกอาละวาด จนได้ออกมาเป็นแพร่งที่ 1 ซึ่งในเรื่องของบาปบุญนี้ดูเหมือนว่าผู้กำกับ “กอล์ฟ-ปวีณ ภูริจิตปัญญา” จะผนวกเข้ากับประเพณีของชาวปักษ์ใต้ไว้ด้วย

ในเรื่อง “เป้” ซึ่งรับบทโดย “เก้า-จิรายุ ละอองมณี” เป็นเด็กบ้านแตก คบเพื่อนไม่ดี ทำอะไรไม่รู้จักคิด เลยทำให้เป็นอยู่ในกลุ่มอันธพาลที่ไปก่อคดีปาหินใส่รถที่วิ่งตามทางหลวง ซึ่งเข้ากับสถานการณ์ที่เมืองไทยกำลังประสบนั่นคือ แก๊งค์ปาหินออกอาละวาดพอดี

ซึ่งในเรื่องพอเกิดเรื่อง เกิดเป็นคดีขึ้นมา แม่ของเป้ก็เลยพาเป้หนีไปบวช เพื่อหนีความผิด ซึ่งสถานการณ์ที่ เป้ หลบหนีไปบวช และยังคงกระทำความผิดด้วยการขโมยของเซ่นไหว้บรรพบุรุษมาเพื่อทำให้ตัวเองหาย หิว ซึ่งถือว่าผิดศีล 10 ของการบวชเรียน และในคืืนวันที่เป้รู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้ดันไปคล้องกับวันทำบุญให้กับเปรต? ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวปักษ์ใต้ ที่ว่าบรรพบุรุษจะถูกปล่อยขึ้นมาจากนรกภูมิ เพื่อรับส่วนบุญส่วนกุศลที่ลูกหลานอุทิศไปให้ เพื่อเอาบุญที่ได้ไปไถ่ถอนบาปให้ลดน้อยลง หรือหมดไป และจะได้ไปผุดไปเกิด..และกรณีที่เป้ขโมยของเซ่นไหว้เปรตจากเหตุการณ์นี้ ตามความเชื่อโบราณ หมายความว่า เขาจะต้องกลายมาเป็นตัวตายตัวแทนของเปรตตนนั้นนั่นเอง

สำหรับผู้กำกับ กอล์ฟ แล้วต้องบอกว่าสามารถกำกับและถ่ายทอดเรื่องราวได้ออกมาดีมาก ทำให้เราซึ่งห่างไกลวัดวาอาราม หลงลืมความเชื่อเรื่องบาปบุญไปบ้างแล้ว กลับมาระลึกถึงการกระทำของตัวเองได้อีกครั้ง (ไม่รวมกับพวกปาหิน เพราะอาจไม่มีจิตสำนึก สำเหนียกถึงความเจ็บปวดจากการกระทำของตัวเองต่อผู้อื่น)? หลังจากดูหนังตอนนี้แล้วกลับมาสะท้อนดูตัวเอง ต้องขอบอกว่าเป็นผู้กำกับรุ่นใหม่ที่ยกเรื่องบาปบุญแบบเก่ามาใช้ได้อย่างแยบ ยลในการนำเสนอแบบคนรุ่นใหม่? (อาจจะดูเป็นคนแก่ไปสักหน่อย แต่เรื่องบาป เรื่องบุญ เชื่อไว้ก็ไม่เสียหลาย)

ถ้าพูดถึงการแสดง เก้า-จิรายุ แสดงบทบาทออกมาได้อย่าง ธรรมชาติ โดยเฉพาะการแสดงออกของสายตาที่บ่งบอกว่าเค้าเป็นคนที่ดื้อ ไม่เชื่อฟัง และชอบลองของอยู่ในที แม้กับพระพี่เลี้ยงก็ไม่เว้น จนกระทั่งเค้าต้องพบเจอกับสิ่งน่าสะพรึง ต้องขอบอกว่าการดำเนินเรื่องของตอนนี้ดูแล้วเข้าใจ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของคนไทยที่เชื่อในเรื่องบาปบุญคุณโทษ เรื่องตายแล้วเกิดใหม่ ซึ่งผลของการกระทำมักจะสะท้อนกลับมาสู่ผู้กระทำนั่นเอง และการที่จะทำให้คนดูเชื่อ ก็คือการแสดงของนักแสดงแต่ละคนในเรื่องด้วย

พระพี่เลี้ยง เร แม็คโดนัลด์ ถึงแม้ว่าจะออกมานิดหน่อย แต่ในละซีนที่ออกมาก็ทำให้เราเชื่อ และศรัทธาในตัวตนที่แสดงออกมา ซึ่งเป็นส่วนเติมเต็มให้กับเนื้อหนังได้ดี

ในหนังเรื่องนี้ แพร่งนี้ มีอยู่ซีนหนึ่งที่ เป้ ต้องการค้นหาตัวตนของอะไรบางอย่างที่ติดตามเขา? เป้จึงคว้าก้อนหินก้อนโต ปาเข้าไปใส่บริเวณที่คิดว่าจะมีใครบางคน หรือบางสิ่งหลบซ่อนอยู่ตรงนั้น และแล้ว เป้ ก็ต้องตกใจเมื่อหินก้อนที่เขาขว้างไปมันสะท้อนกลับมายังตัวเขา ซึ่งก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเป็นใครขว้างกลับมา แต่คงไม่ใช่บูมเมอแรงของพี่เบิร์ดธงชัยอย่างแน่นอน

ซึ่งซีนนี้ที่เข้าใจว่าผู้กำกับต้องการนำเสนอเราก็คือ ไม่ว่าใครจะทำอะไร สิ่งที่ทำไปก็จะสะท้อนกลับมาสู่ตัวเรานั่นเอง หรือที่เรามักได้ยินบ่อย ๆ ติดหูว่า “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง”

หนังแพร่งนี้ จึงต้องขอยกนิ้วให้กับการนำเสนอเรื่องราวอย่างทันเหตุการณ์ แต่สะท้อนเรื่องความเชื่อเอาไว้ได้อย่างเข้ากัน เปรียบกับอาหารทะเลแล้วต้องถือว่ามีน้ำจิ้มสูตรเด็ดที่ให้จิ้มกินได้ อย่างกลมกล่อมโดยแท้

สำหรับแพร่งนี้ อยากให้ดาว 4 ดวงจาก 5 ดวง
เกร็ดความรู้เล็ก ๆ กับความเชื่อของชาวปักษ์ใต้..

(ชาวนครศรีธรรมราช และชาวปักษ์ใต้มีความเชื่อว่าบรรพบุรุษจะถูกปล่อยขึ้นมาจากนรกภูมิ เพื่อรับส่วนบุญกุศลที่ลูกหลานอุทิศไปให้ เพื่อนำกลับไปไถ่ถอนบาปให้ลดน้อยลงหรือหมดไปจนมีโอกาสได้ไปผุดไปเกิด บรรพบุรุษที่ถูกปล่อยขึ้นมาจะมีในรูปร่างต่าง ๆ หรือเรียกว่า ‘เปรต’ ซึ่งนรกภูมิจะปล่อยขึ้นมายังโลกมนุษย์รวม 15 วัน โดยในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 เป็นวันแรกในบรรพชน หรือ ‘เปรต’ ถูกปล่อยขึ้นมาจากนรกภูมิ จะมีการจัดเตรียม ‘สำรับ’ หรือที่ชาวเมืองนครเรียกว่า ‘หฺมฺรับ’ (หมับ) ไปทำบุญที่วัดเรียกว่า ?หฺมฺรับเล็ก หรือ ‘หฺมฺรับแรก’ คือ การทำบุญรับตายายนั่นเอง จนกระทั่งถึงวันแรม 13 ค่ำ เดือน 10 ถูกกำหนดให้เป็น ‘วันจ่าย’ มีการจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคมากมายในการจัด ‘หฺมฺรับ’ (หมับ) ในวันจ่ายชาวนครศรีธรรมราช จะนำสินค้าซึ่งเป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการจัด ‘หฺมฺรับ’ (หมับ)? มาวางจำหน่ายและมีการซื้อขายอย่างคึกคักเป็นพิเศษ? ส่วนในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 จะมีการรวมกันเป็นขบวนแห่ ‘หฺมฺรับ’ (หมับ) เรียกวันนี้ว่า ‘วันแห่หฺมฺรับ’ หรือ ‘วันยกหฺมฺรับ’

สำหรับวันสุดท้ายของการทำบุญในเทศกาลเดือนสิบ คือ วันแรม 15 ค่ำ เดือน 10? เรียกว่า ‘วันส่งตายาย’ กลับสู่นรกภูมิ หรือเรียกว่า ‘วันส่งเปรต’ ลูกหลานคนไหนที่ไม่มาร่วมทำบุญในเทศกาลเดือนสิบถือว่าเป็นคนอกตัญญู บรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเปรตจะไม่ได้รับบุญกุศลกลับไป ต้องได้รับความลำบาก และกลับลงไปทนทุกขเวทนาในนรกภูมิอย่างแสนสาหัสมากกว่าเดิม ไม่พอใจลูกหลาน หรือญาติมิตรที่ไม่ทำบุญอุทิศไปให้ เปรตจะโกรธแค้นด่าทอสาปแช่งให้ลูกหลานญาติมิตรในเมืองมนุษย์มีความเป็นอยู่ ที่ตกต่ำ ประสบกับความภัยพิบัติต่าง ๆ มากมาย ใน ทางตรงข้ามลูกหลานญาติมิตรที่มาร่วมทำบุญบรรพชนหรือเปรตจะพึงพอใจ และอวยพรให้ประสบแต่ความสุข ความเจริญในชีวิต ซึ่งความเชื่อดังกล่าวเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ชาวนครศรีธรรมราชทุกคน ต้องเดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อร่วมทำบุญในช่วงวันสารทเดือนสิบ)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Information

This entry was posted on สิงหาคม 6, 2010 by in วิจารณ์หนัง and tagged , , .

นำทาง

%d bloggers like this: